

วันนี้ขอย้ายวิกมาที่เวทีบุนเดสลีกา เยอรมัน กันบ้าง...ปีนี้ลูกหนังเมืองเบียร์ค่อนข้างจะคึกคักจากการออกสตาร์ทที่เป๋ไปเป๋มาของ "พี่เสือ" บาเยิร์น มิวนิค บวกกับหลายๆ สโมสรขยับฟอร์มได้น่าจับตาอาทิ ฮัมบูร์ก เอสเฟา, ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น, ชาลเก้ 04 และเหนืออื่นใดคือ ฮอฟเฟ่นไฮม์ "น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์"
ผ่าน 10 นัดแรกในฤดูกาล 2008-2009 "ฮอฟเฟ่" สามารถยืนหยัดฝ่าแดดฝ่าลมรั้งเป็นจ่าฝูงของตารางบุนเดสลีกา อย่างเหลือเชื่อ ด้วยผลงานชนะ 7 เสมอ 1 และแพ้ 2 โดยยิงไปได้ถึง 27 ประตู มากที่สุดเกินหน้าเกินตาใครๆ ไม่เว้นแม้แต่ บาเยิร์น เจ้าของสถิติแชมป์บุนเดสลีกา 27 สมัย ซึ่งคนที่เราจะพูดถึงวันนี้ก็คือคนที่มีส่วนสำคัญทำให้ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ยิงได้มากมายขนาดนี้นั่นแหละ
เขาผู้นั้นคือ เวดาด อิบิเซวิช ดาวซัลโวสูงสุด 11 ประตูในเวลานี้นี่เอง...แอ่น แอน แอ๊น...
อิบิเซวิช เกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ปีค.ศ.1984 ที่วลาเซนิก้า ประเทศยูโกสลาเวีย ปัจจุบันอายุ 24 ปี สูง 189 ซม. โดย อิบิเซวิช และครอบครัวย้ายออกจาก บอสเนีย และ เฮอร์เซโกวีน่า ไปอาศัยอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปี 2000 และเส้นทางลูกหนังของหัวหอกรายนี้ก็เริ่มต้นขึ้น ณ ที่แห่งนี้เอง
อิบิเซวิช เซ็นสัญญาเป็นนักเตะเยาวชนของ เอฟซี บาเซิ่ล ขณะอายุได้ 16 ปี แต่ว่าอยู่ฝึกปรือฝีเท้ากับยอดทีมแดนนาฬิกาได้เพียง 10 เดือนก็ต้องเก็บข้าวของอพยพย้ายตามพ่อแม่อีกครั้ง โดยคราวนี้จุดหมายปลายทางอยู่ที่เมืองเซนต์ หลุยส์ รัฐมิสซูรี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา
ที่เซนต์ หลุยส์ นี้เองที่ อิบิเซวิช ฉายแววการเป็นยอดนักเตะดาวรุ่งออกมาได้อย่างเต็มสตรีม โดยได้รับการกล่าวขานให้เป็นหนึ่งใน 25 นักเตะที่มีอนาคตสดใสที่สุดในดินแดนที่เรียกฟุตบอลว่าซอคเกอร์
ชีวิตในรั้วมหาลัยฯ เซนต์ หลุยส์ ยูนิเวอร์ซิตี้...อิบิเซวิช ทำผลงานยิง 18 ประตู และจ่ายอีก 4 จาก 22 นัด ในขณะที่ยังเป็น "เฟรชชี่" หน้าใสกิ๊ง สิวเพิ่งเห่อ โดยระหว่างร่ำเรียนหมายจะเอาปริญญาบัตรมาประดับบารมี อิบิเซวิช ยังเจียดเวลาไปหาประสบการณ์ค้าแข้งในลีกสมัครเล่นของสหรัฐฯ ด้วย โดยเซ็นสัญญากับทีม เซนต์ หลุยส์ สไตรค์เกอร์ และ ชิคาโก้ ไฟร์ พรีเมียร์ ในปี 2003 และ 2004 ตามลำดับ
จากนั้นในช่วงพักเบรกปิดซีซั่น 2004 เวดาด ถูกเรียกตัวกลับมายังยุโรป เพื่อลงเล่นให้กับทีมชาติบอสเนียฯ ชุดอายุไม่เกิน 21 ปี โดยในช่วงที่ทำการฝึกซ้อมร่วมกับทีมชาตินั้น ลีลาของ อิบิเซวิช เกิดไปเตะตาของ วาฮิด ฮาลิลฮ็อดซิช กุนซือชาวบอสเนียฯ คนบ้านเดียวกัน ซึ่งเวลานั้นยังเป็นนายใหญ่ของสโมสร ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในฝรั่งเศส และ ฮาลิลฮ็อดซิช ก็ไม่รีรอที่จะยื่นสัญญาอาชีพให้เจ้าตัว
อย่างไรก็ดี ฤดูกาลแรกในเมืองหลวงของฝรั่งเศส อิบิเซวิช แทบไม่ได้รับโอกาสลงฉายฟอร์ม และต้องถูกปล่อยตัวให้ ดิฌง ทีมในลีก เดอซ์ ยืมตัวไปใช้งาน ก่อนเซ็นสัญญาย้ายร่วมชายคาแบบถาวรในปี 2005
ดิฌง เล็กเกินไปถนัดตาสำหรับ อิบิเซวิช หลังจากเจ้าตัวจัดการกระทุ้งไป 10 ประตู จาก 33 นัด และก็เป็นไปตามคาด เมื่อ อเลมานเนีย อาเค่น สโมสรในเยอรมัน หยิบยื่นสัญญา 3 ปีให้เจ้าตัวเซ็นมาเปิดประสบการณ์ใหม่ในเดือนพฤษภาคม ปี 2006 และการเซ็นสัญญาครั้งนี้เองที่เป็นใบเบิกทางสู่การเป็น "เดอะ สตาร์" ในเมืองเบียร์
อิบิเซวิช ยิง 6 ประตู จาก 24 นัด ให้ อาเค่น ในฤดูกาล 2006-2007 แม้สถิติจะไม่สวยหรูน่าโตะใจหมดเลย แต่ฟอร์มในสนามของเจ้าตัวดีพอสำหรับสโมสร ฮอฟเฟ่นไฮม์ ในการอ้าแขนรับมาใช้งานต่อ
"ฮอฟเฟ่" กับ อิบิเซวิช เซ็นสัญญาร่วมกันในวันที่ 12 กรกฎาคม ปี 2007 และเจ้าตัวก็ร่วมสร้างประวัติศาสตร์กับสโมสรด้วยการตีตั๋วเลื่อนชั้นสู่บุนเดสลีกา ได้เป็นครั้งแรก ทั้งที่ฤดูกาลก่อนหน้านั้นพวกเขาก็เพิ่งจะเลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ลีกา สอง ในฐานะรองแชมป์เรกิโอนัลลีกา ซุด (เทียบชั้นแล้วเปรียบได้กับ ลีกา สาม ในปัจจุบัน) เท่านั้น
อิบิเซวิช เริ่มต้นฤดูกาล 2008-2009 ด้วยการเหมายิงคนเดียว 2 ประตู ในเกมถล่ม เอเนอร์กี้ ค็อตบุส ก่อนจะยิงเรื่อยมาในนัดที่ 2-3-4-5 โดยนัดที่ 5 กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ นี่เองที่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มเทพชนิดต้องใช้คำว่าเก่งเวอร์ โดยนอกจากยิง 2 ประตูแล้ว ยังมีโอกาสทำแฮตทริกนับครั้งไม่ถ้วน แต่โชคร้ายที่ถูกผู้รักษาประตูและเสาปฏิเสธเอาไว้หมด โดยมีอยู่ช็อตหนึ่งที่ อิบิเซวิช ลากหลบกองหลัง "เสือเหลือง" ทั้งแผง แต่ดันยิงไปติดเซฟอย่างน่าเสียดาย ทว่าท้ายที่สุด ฮอฟเฟ่นไฮม์ ก็มีชัยด้วยสกอร์ 4-1
จากนั้น อิบิเซวิช ยังคงโชว์ฟอร์มเด่นเป็นสง่าไม่มีตก นับถึงตรงนี้ผ่านหลัก 10 นัด สะสมประตูไปแล้ว 11 ลูก และจ่ายให้เพื่อนกระทุ้งแทนอีก 5 นำดาวซัลโวสบายๆ โดยมี พาทริค เฮลเมส ของ เลเวอร์คูเซ่น และ อาทูร์ วิชเนียเร็ค ของ อาร์มีเนีย บีเลเฟลด์ ตามดมตูดมาที่ 8 และ 7 ประตู ตามลำดับ
ถ้ายังแรงดีไม่มีตก หากไม่มีเทพนิยาย "ฮอฟเฟ่นไฮม์" คว้าแชมป์บุนเดสลีกา แบบเหลือเชื่อ เหมือนเมื่อ ไกเซอร์สลาเทิร์น ทำได้ เมื่อปี 1998 อย่างน้อยดาวซัลโว ก็ต้องไม่หนี อิบิเซวิช นี้แหละครับ
ผ่าน 10 นัดแรกในฤดูกาล 2008-2009 "ฮอฟเฟ่" สามารถยืนหยัดฝ่าแดดฝ่าลมรั้งเป็นจ่าฝูงของตารางบุนเดสลีกา อย่างเหลือเชื่อ ด้วยผลงานชนะ 7 เสมอ 1 และแพ้ 2 โดยยิงไปได้ถึง 27 ประตู มากที่สุดเกินหน้าเกินตาใครๆ ไม่เว้นแม้แต่ บาเยิร์น เจ้าของสถิติแชมป์บุนเดสลีกา 27 สมัย ซึ่งคนที่เราจะพูดถึงวันนี้ก็คือคนที่มีส่วนสำคัญทำให้ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ยิงได้มากมายขนาดนี้นั่นแหละ
เขาผู้นั้นคือ เวดาด อิบิเซวิช ดาวซัลโวสูงสุด 11 ประตูในเวลานี้นี่เอง...แอ่น แอน แอ๊น...
อิบิเซวิช เกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ปีค.ศ.1984 ที่วลาเซนิก้า ประเทศยูโกสลาเวีย ปัจจุบันอายุ 24 ปี สูง 189 ซม. โดย อิบิเซวิช และครอบครัวย้ายออกจาก บอสเนีย และ เฮอร์เซโกวีน่า ไปอาศัยอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปี 2000 และเส้นทางลูกหนังของหัวหอกรายนี้ก็เริ่มต้นขึ้น ณ ที่แห่งนี้เอง
อิบิเซวิช เซ็นสัญญาเป็นนักเตะเยาวชนของ เอฟซี บาเซิ่ล ขณะอายุได้ 16 ปี แต่ว่าอยู่ฝึกปรือฝีเท้ากับยอดทีมแดนนาฬิกาได้เพียง 10 เดือนก็ต้องเก็บข้าวของอพยพย้ายตามพ่อแม่อีกครั้ง โดยคราวนี้จุดหมายปลายทางอยู่ที่เมืองเซนต์ หลุยส์ รัฐมิสซูรี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา
ที่เซนต์ หลุยส์ นี้เองที่ อิบิเซวิช ฉายแววการเป็นยอดนักเตะดาวรุ่งออกมาได้อย่างเต็มสตรีม โดยได้รับการกล่าวขานให้เป็นหนึ่งใน 25 นักเตะที่มีอนาคตสดใสที่สุดในดินแดนที่เรียกฟุตบอลว่าซอคเกอร์
ชีวิตในรั้วมหาลัยฯ เซนต์ หลุยส์ ยูนิเวอร์ซิตี้...อิบิเซวิช ทำผลงานยิง 18 ประตู และจ่ายอีก 4 จาก 22 นัด ในขณะที่ยังเป็น "เฟรชชี่" หน้าใสกิ๊ง สิวเพิ่งเห่อ โดยระหว่างร่ำเรียนหมายจะเอาปริญญาบัตรมาประดับบารมี อิบิเซวิช ยังเจียดเวลาไปหาประสบการณ์ค้าแข้งในลีกสมัครเล่นของสหรัฐฯ ด้วย โดยเซ็นสัญญากับทีม เซนต์ หลุยส์ สไตรค์เกอร์ และ ชิคาโก้ ไฟร์ พรีเมียร์ ในปี 2003 และ 2004 ตามลำดับ
จากนั้นในช่วงพักเบรกปิดซีซั่น 2004 เวดาด ถูกเรียกตัวกลับมายังยุโรป เพื่อลงเล่นให้กับทีมชาติบอสเนียฯ ชุดอายุไม่เกิน 21 ปี โดยในช่วงที่ทำการฝึกซ้อมร่วมกับทีมชาตินั้น ลีลาของ อิบิเซวิช เกิดไปเตะตาของ วาฮิด ฮาลิลฮ็อดซิช กุนซือชาวบอสเนียฯ คนบ้านเดียวกัน ซึ่งเวลานั้นยังเป็นนายใหญ่ของสโมสร ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในฝรั่งเศส และ ฮาลิลฮ็อดซิช ก็ไม่รีรอที่จะยื่นสัญญาอาชีพให้เจ้าตัว
อย่างไรก็ดี ฤดูกาลแรกในเมืองหลวงของฝรั่งเศส อิบิเซวิช แทบไม่ได้รับโอกาสลงฉายฟอร์ม และต้องถูกปล่อยตัวให้ ดิฌง ทีมในลีก เดอซ์ ยืมตัวไปใช้งาน ก่อนเซ็นสัญญาย้ายร่วมชายคาแบบถาวรในปี 2005
ดิฌง เล็กเกินไปถนัดตาสำหรับ อิบิเซวิช หลังจากเจ้าตัวจัดการกระทุ้งไป 10 ประตู จาก 33 นัด และก็เป็นไปตามคาด เมื่อ อเลมานเนีย อาเค่น สโมสรในเยอรมัน หยิบยื่นสัญญา 3 ปีให้เจ้าตัวเซ็นมาเปิดประสบการณ์ใหม่ในเดือนพฤษภาคม ปี 2006 และการเซ็นสัญญาครั้งนี้เองที่เป็นใบเบิกทางสู่การเป็น "เดอะ สตาร์" ในเมืองเบียร์
อิบิเซวิช ยิง 6 ประตู จาก 24 นัด ให้ อาเค่น ในฤดูกาล 2006-2007 แม้สถิติจะไม่สวยหรูน่าโตะใจหมดเลย แต่ฟอร์มในสนามของเจ้าตัวดีพอสำหรับสโมสร ฮอฟเฟ่นไฮม์ ในการอ้าแขนรับมาใช้งานต่อ
"ฮอฟเฟ่" กับ อิบิเซวิช เซ็นสัญญาร่วมกันในวันที่ 12 กรกฎาคม ปี 2007 และเจ้าตัวก็ร่วมสร้างประวัติศาสตร์กับสโมสรด้วยการตีตั๋วเลื่อนชั้นสู่บุนเดสลีกา ได้เป็นครั้งแรก ทั้งที่ฤดูกาลก่อนหน้านั้นพวกเขาก็เพิ่งจะเลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ลีกา สอง ในฐานะรองแชมป์เรกิโอนัลลีกา ซุด (เทียบชั้นแล้วเปรียบได้กับ ลีกา สาม ในปัจจุบัน) เท่านั้น
อิบิเซวิช เริ่มต้นฤดูกาล 2008-2009 ด้วยการเหมายิงคนเดียว 2 ประตู ในเกมถล่ม เอเนอร์กี้ ค็อตบุส ก่อนจะยิงเรื่อยมาในนัดที่ 2-3-4-5 โดยนัดที่ 5 กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ นี่เองที่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มเทพชนิดต้องใช้คำว่าเก่งเวอร์ โดยนอกจากยิง 2 ประตูแล้ว ยังมีโอกาสทำแฮตทริกนับครั้งไม่ถ้วน แต่โชคร้ายที่ถูกผู้รักษาประตูและเสาปฏิเสธเอาไว้หมด โดยมีอยู่ช็อตหนึ่งที่ อิบิเซวิช ลากหลบกองหลัง "เสือเหลือง" ทั้งแผง แต่ดันยิงไปติดเซฟอย่างน่าเสียดาย ทว่าท้ายที่สุด ฮอฟเฟ่นไฮม์ ก็มีชัยด้วยสกอร์ 4-1
จากนั้น อิบิเซวิช ยังคงโชว์ฟอร์มเด่นเป็นสง่าไม่มีตก นับถึงตรงนี้ผ่านหลัก 10 นัด สะสมประตูไปแล้ว 11 ลูก และจ่ายให้เพื่อนกระทุ้งแทนอีก 5 นำดาวซัลโวสบายๆ โดยมี พาทริค เฮลเมส ของ เลเวอร์คูเซ่น และ อาทูร์ วิชเนียเร็ค ของ อาร์มีเนีย บีเลเฟลด์ ตามดมตูดมาที่ 8 และ 7 ประตู ตามลำดับ
ถ้ายังแรงดีไม่มีตก หากไม่มีเทพนิยาย "ฮอฟเฟ่นไฮม์" คว้าแชมป์บุนเดสลีกา แบบเหลือเชื่อ เหมือนเมื่อ ไกเซอร์สลาเทิร์น ทำได้ เมื่อปี 1998 อย่างน้อยดาวซัลโว ก็ต้องไม่หนี อิบิเซวิช นี้แหละครับ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น